คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ (รอบที่ 2 โควตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ปีการศึกษา 2564

มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะดำเนินการเพื่อคัดเลือกประเมินสมรรถนะด้านต่างๆ ให้แก่นักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.3) ของโรงเรียนต่างๆทั้ง 20 จังหวัด ที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น แบบโควตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2564

องค์ประกอบ / เกณฑ์ ในการพิจารณาคัดเลือกที่สำคัญ  มีดังนี้

1.  ผลการประเมินสมรรถนะหลักด้านต่างๆ80 – 100 %
2.  ผลการประเมินสมรรถนะหรือความถนัดเฉพาะด้านต่างๆ ในบางคณะ/สาขาวิชา (โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะ/สาขาวิชา)0 – 20 %

คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร

  1. เป็นนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือนักเรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 (ปวช.3) ในโรงเรียน/วิทยาลัยต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น กรณีที่ไม่ใช่บุคคลที่มีสัญชาติไทย จะต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฏหมาย
  2. ผู้สมัครจะต้องสมัครประเมินสมรรถนะหลักด้านต่างๆหรือ สมรรถนะความถนัดเฉพาะด้าน ในบางสาขา  และเป็นผู้ที่ประเมินผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่คณะ/สาขาวิชากำหนดไว้
  3. เป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อยและโรงเรียนเห็นว่ามีคุณสมบัติที่จะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้
  4. เป็นผู้มีร่างกายและสุขภาพสมบูรณ์ คือ ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพไร้ความสามารถและจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ และต้องมีบุคลิกภาพที่คณะกรรมการรับบุคคลเข้าศึกษา พิจารณาแล้ว เห็นว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพ
  5. เป็นผู้ที่ปราศจากโรคดังต่อไปนี้
    1. โรคเรื้อน
    2. โรคเรื้อนวัณโรคปอดที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบ อาชีพ
    3. โรคพิษสุราเรื้อรัง
    4. ติดยาเสพติดให้โทษ
    5. โรคหัวใจที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าจะวายได้ง่าย
    6. โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคไตที่รักษาหายขาดไม่ได้ และความดันโลหิตสูงที่รักษาให้หายขาดไม่ได้
  6. กรณีผู้สมัครขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งจากข้อ  1 ถึงข้อ 5  คณะกรรมการจะไม่พิจารณา ผลการคัดเลือกฯเพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น แบบโควตาภาคฯ ประจำปีการศึกษา  2564

คุณสมบัติทั่วไปของหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต

  1. เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย
  2. เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทุกโรงเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (20 จังหวัด) ที่มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ไม่ต่ำกว่า 3.00 หรือมีผลการเรียนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 70% หรือเทียบเท่า ในกรณีที่ไปแลกเปลี่ยนยังต่างประเทศจะต้องมีผลการเรียนช่วงที่อยู่ต่างประเทศ เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 หรือมีผลการเรียนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 70% หรือเทียบเท่า
  3. เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย และเป็นโรงเรียนที่กำลังศึกษาอยู่รับรองว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้
  4. เป็นผู้มีสุขภาพร่างกาย และจิตใจสมบูรณ์ คือไม่เป็นผู้ทุพพลภาพไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบและต้องมีบุคลิกภาพที่คณะกรรมการอำนวยการรับบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต พิจารณาเห็นว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา หรือการประกอบวิชาชีพ
  5. เป็นผู้ที่ปราศจากโรค หรือภาวะไม่ปกติ ดังต่อไปนี้
    1. โรคเรื้อน
    2. โรคพิษสุราเรื้อรัง
    3. ติดยาเสพติดให้โทษ
    4. วัณโรคปอดที่คณะกรรมการแพทย์ที่แต่งตั้งขึ้นเห็นว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
    5. โรคหัวใจที่คณะกรรมการแพทย์ที่แต่งตั้งขึ้นเห็นว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
    6. โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต หรือโรคอื่นๆ ซึ่งคณะกรรมการแพทย์ที่แต่งตั้นขึ้นเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
    7. โรคหรือความพิการ หรือความผิดปกติอื่นใด อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน หรือการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้
      1. ปัญหาทางจิตขั้นรุนแรง อันอาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้ป่วย เช่น โรคจิต (psychosis) ปัญหาจิตเวชอื่นๆหรือปัญหาทางด้านบุคลิกภาพที่คณะกรรมการแพทย์ที่แต่งตั้งขึ้น เห็นว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานหรือการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
      2. ความพิการทางร่างกาย  อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา     การปฏิบัติงานหรือการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
      3. ความผิดปกติในการเห็นภาพ ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
        1. ระดับการมองเห็นต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้างเมื่อได้รับการแก้ไขแล้ว
        2. ระดับการมองเห็นในตาข้างดี ต่ำกว่า 6/12 เมื่อได้รับการแก้ไขแล้ว
      4. ความผิดปกติในการได้ยินของหูทั้งสองข้าง โดยมีระดับของการได้ยินสูงกว่า 40 dB ที่ความถี่ 500 -2000 Hz และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (speech discrimination score) น้อยกว่า 70% จากความผิดปกติของประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss)
      5. โรคหรือความพิการหรือความผิดปกติอื่นใด ที่คณะกรรมการแพทย์ที่แต่งตั้งขึ้นเห็นว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานหรือการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทั้งนี้คณบดีคณะแพทยศาสตร์ อาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคหรือผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกรณีตรวจเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม

คุณสมบัติเฉพาะ นอกจากคุณสมบัติทั่วไปแล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ตามที่คณะ/ สาขา กำหนดเพิ่มเติมอีก คือ

คณะแพทยศาสตร์ สาขาวิชาเวชนิทัศน์
  1. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า
  2. เป็นผู้ที่มีเกรดเฉลี่ย (GPA) ไม่น้อยกว่า 3.00 หรือหากมีเกรดเฉลี่ยน้อยกว่า 3.00 แต่ไม่น้อยกว่า 2.50 ต้องมีเอกสารใบรับรองว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถพิเศษทางด้านศิลปะหรือเทคโนโลยีจาก ผู้อำนวยการโรงเรียนที่จบการศึกษา
  3. มีสัญชาติไทยและนักศึกษาชาวต่างประเทศที่สามารถใช้ภาษาไทยเป็นอย่างดี
  4. มีความประพฤติเรียบร้อย
  5. เป็นผู้มีบุคลิกภาพที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และปราศจากโรคดังต่อไปนี้
    5.1 โรคเรื้อน
    5.2 โรคพิษสุราเรื้อรัง
    5.3 ติดยาเสพติด
    5.4 ตาบอดสีหรือโรคตาอื่นๆที่คณะกรรมการตรวจโรคเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและวิชาชีพ
    5.5 โรคอื่นๆหรือความผิดปกติที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ
คณะเทคนิคการแพทย์
  1. กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เมื่อสำเร็จการศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ต้องเรียนต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมรวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมรวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมรวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
  2. สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ เป็นผู้ไม่มีภาวะตาบอดสีขั้นรุนแรง อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาตามแนวทางการตรวจตาบอดสีของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
คณะพยาบาลศาสตร์
  1. เป็นโสด อายุไม่ต่ำกว่า 16 ปีบริบูรณ์
  2. กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้ว กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมรวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมรวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมรวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
  3. มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีบุคลิกภาพที่เหมาะสมไม่มีความพิกล พิการ หรือผิดปกติทางด้านร่างกายและจิตใจ ที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การประกอบวิชาชีพพยาบาล และอื่นๆ ตามแนวทางการพิจารณาในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในวิชาชีพการพยาบาลของคณะพยาบาลศาสตร์
คณะเทคโนโลยี
  • เทคโนโลยีธรณี
  1. รับเฉพาะผู้ที่เรียนเน้นวิทยาศาสตร์ เมื่อจบหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ต้องมีจำนวนหน่วยกิตในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
  2. สาขาวิชาเทคโนโลยีธรณี ผู้สมัครที่ตาบอดสี หรือเป็นโรคลมบ้าหมู่ จะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการประกอบอาชีพ
  3. สาขาวิชาเทคโนโลยีธรณี ผู้สมัครต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบอาชีพ ดังต่อไปนี้
    3.1 มีปัญหาทางจิตเวชอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเองและ/หรือผู้อื่น เช่น โรคจิต (Psychotic disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood disorders) บุคลิกภาพผิดปกติ (Personality disorders) หรือ
    3.2 มีความผิดปกติของกระดูกและข้อ โดยเฉพาะบริเวณหลัง แขน และขา
  • เทคโนโลยีชีวภาพ
  1. รับเฉพาะผู้ที่เรียนเน้นวิทยาศาสตร์ เมื่อจบหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ต้องมีจำนวนหน่วยกิตในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
  2. สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ มีบุคลิกภาพที่เหมาะสม ไม่เป็นโรคติดต่อหรือโรคร้ายแรง และไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
  • เทคโนโลยีการอาหาร และเทคโนโลยีการผลิต
  • รับเฉพาะผู้ที่เรียนเน้นวิทยาศาสตร์ เมื่อจบหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ต้องมีจำนวนหน่วยกิตในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
คณะสัตวแพทยศาสตร์
  1. กำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ (ม.6) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  2. ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง คือ 1)สายตาบอดสนิทไม่สามารถรับแสงได้ข้างหนึ่ง 2)ผู้สมัครที่มีสายตาไม่ปกติ เมื่อรักษาโดยใช้แว่นแล้วยังมีสายตากต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง 3)สายตาข้างดีต่ำกว่า 6/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว 4)ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ
  3. หนวกหรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40dB) จากความผิดปกติทางประสาท (sensorineural hearing loss) แม้แต่ข้างเดียวจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการประกอบอาชีพของตนเองและผู้อื่น
  4. ผู้ที่ตาบอดสีขั้นรุนแรง จะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการประกอบอาชีพ
คณะศึกษาศาสตร์
  1. เป็นผู้ที่บุคลิกภาพเหมาะสมกับความเป็นครูในอนาคต
  2. เป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อย และไม่อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีทางอาญา
  3. เป็นผู้มีร่างกายและสุขภาพสมบูรณ์ ไม่เป็นผู้ทุพลภาพไร้ความสามารถ และจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ และต้องมีบุคลิกภาพที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา หรือการประกอบอาชีพ
  4. เป็นผู้ปราศจากโรค หรือภาวะไม่ปกติ ดังต่อไปนี้
    4.1) โรคเรื้อน
    4.2) วัณโรคปอดที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพ
    4.3) โรคพิษสุราเรื้อรัง
    4.4) ติดบุหรี่และยาเสพติดให้โทษ
    4.5) โรคหัวใจที่คณะกรรมการการแพทย์เห็นว่าจะหัวใจวายได้ง่าย
    4.6) โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคไตที่รักษาหายขาดไม่ได้ และโรคความดันโลหิตสูงที่รักษาให้หายขาดไม่ได้
    4.7) โรคอื่นๆ หรือความพิการหรือความผิดปกติที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบอาชีพ ดังต่อไปนี้
    4.7.1 ปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง อันอาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้ป่วย เช่น โรคจิต (psychosis)ปัญหาจิตเวชอื่นๆ หรือปัญหาทางด้านบุคลิกภาคที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพ
    4.7.2 ความพิการทางร่างกาย อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพ
    4.7.3 โรคหรือความพิการหรือความผิดปกติอื่นใด ที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพ
  5. หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต วิชาเอกศิลปศึกษาต้องไม่เป็นผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น (ตาบอดสี)
คณะเภสัชศาสตร์
  1. หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต
    1) เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย
    2) กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายชั้นปีสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะจบการศึกษาในปีการศึกษา 2563 ในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีผลการศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยสะสม GPAX (5 เทอม) ไม่น้อยกว่า 3.00
    3) มีผลคะแนนกลุ่มสาระการเรียนรู้ใน กลุ่มคณิตศาสตร์ และ กลุ่มวิทยาศาสตร์ แต่ละกลุ่ม เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3.00
    4) เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี และสามารถรับรองต่อคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยว่า จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเต็มความสามารถ และจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว หรือที่จะมีต่อไปโดยเคร่งครัดทุกประการ
    5) เป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง โรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคสำคัญที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ และไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ไม่สมประกอบ และต้องมีบุคลิกภาพที่คณะกรรมการอำนวยการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีการศึกษา 2564 เห็นว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพ
  1. หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต โครงการพิเศษ
    1) เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย
    2) กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายชั้นปีสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะจบการศึกษาในปีการศึกษา 2563 ในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีผลการศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยสะสม GPAX (5 เทอม) ไม่น้อยกว่า 3.00
    3) มีผลคะแนนกลุ่มสาระการเรียนรู้ใน กลุ่มคณิตศาสตร์ และ กลุ่มวิทยาศาสตร์ แต่ละกลุ่ม เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3.00
    4) เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี และสามารถรับรองต่อคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยว่า จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเต็มความสามารถ และจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว หรือที่จะมีต่อไปโดยเคร่งครัดทุกประการ
    5) เป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง โรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคสำคัญที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ และไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ไม่สมประกอบ และต้องมีบุคลิกภาพที่คณะกรรมการอำนวยการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีการศึกษา 2564 เห็นว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพ
  1. หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต โครงการพิเศษนานาชาติ
    1. กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายชั้นปีสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะจบการศึกษาในปีการศึกษา 2563 ในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีผลการศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสะสม GPAX (5 เทอม) ไม่น้อยกว่า 3.00
    2. มีผลคะแนนกลุ่มสาระการเรียนรู้ใน กลุ่มคณิตศาสตร์ และ กลุ่มวิทยาศาสตร์ แต่ละกลุ่ม เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3.00
    3. มีหนังสือรับรองผลสอบภาษาอังกฤษมาตรฐานตามที่กำหนด (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) โดย upload หลักฐานในระบบรับสมัคร และ ผลสอบต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่สอบ ดังต่อไปนี้
      1. TOEFL ไม่น้อยกว่า 52 (IBT), 470 (PBT / ITP), 150 (CBT) หรือ
      2. IELTS ไม่น้อยกว่า 5.0 หรือ
      3. TOEIC ไม่น้อยกว่า 500 หรือ
      4. KEPT ไม่น้อยกว่า 62 หรือ
      5. CU-TEP ไม่น้อยกว่า 60 หรือ
      6. TU-GET ไม่น้อยกว่า 500
    4. เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี และสามารถรับรองต่อคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยว่า จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเต็มความสามารถ และจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว หรือที่จะมีต่อไปโดยเคร่งครัดทุกประการ
    5. เป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง โรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคสำคัญที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ และไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ไม่สมประกอบ และต้องมีบุคลิกภาพที่คณะกรรมการอำนวยการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีการศึกษา 2564 เห็นว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพ
คณะทันตแพทยศาสตร์
  • โดยเป็นการสมควรกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตให้เหมาะสม โดยยึดหลักการสำคัญ 3 ข้อ คือ 1. ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย 2. ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อนักศึกษาทันตแพทย์เอง และ 3. เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
  • องค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยเห็นควรกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต ดังต่อไปนี้
  1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะปฏิบัติงานในส่วนราชการหรือหน่วยงานต่างๆ ของรัฐได้หลังจากจบการศึกษาแล้ว โดยต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียว หรือสัญญาปลายเปิดกับรัฐบาล ตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาล และมหาวิทยาลัย
  2. ผู้ที่ผ่านการประเมินสมรรถนะจะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ โดยต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ดังต่อไปนี้
    2.1 ปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น เช่น โรคจิต (psychotic disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (mood disorders) บุคลิกภาพผิดปกติ (personality disorders) ชนิด antisocial personality disorders หรือ borderline personality disorders รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
    2.2 เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
    2.3 เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
    2.4 มีความพิการทางร่างกายอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพ ทันตกรรม
    2.5 มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500-2,000 เฮิรตซ์ สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาท และเซลล์ประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
    2.6 มีความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้วแย่กว่า 6/12 หรือ 20/40 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพ ทันตกรรม
    2.7 มีภาวะตาพร่องสีทุกสี (total color blindness) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
    2.8 โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
    ทั้งนี้ สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคในข้อ 2. ให้ผลการพิจารณาของคณะทันตแพทยศาสตร์ถือเป็นที่สิ้นสุด
    หากปรากฏในภายหลังว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง หรือตรวจสอบพบในภายหลังว่า ข้อความที่ได้แจ้งไว้ในใบสมัครเป็นเท็จ หรือหลักฐานประกอบการสมัครเป็นเอกสารเท็จหรือปลอม ผู้สมัครจะถูกเพิกถอนสิทธิ์ในการรับการคัดเลือกครั้งนี้แม้ว่าผู้สมัครจะได้สมัครหรือได้ผ่านการคัดเลือกแล้วก็ตาม นอกจากนี้ผู้สมัครยังอาจถูกดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายด้วย
คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
  • ผู้สมัคร ต้องไม่เป็นผู้มีตาบอดสี
คณะวิศวกรรมศาสตร์
  • หลักสูตรนานาชาติ ผู้สมัครหากมีผลคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่ำกว่าเกณฑ์ดังต่อไปนี้ จะต้องเข้ารับการอบรมเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษ ตามประกาศที่คณะวิศวกรรมศาสตร์กำหนด ทั้งนี้ ผลคะแนนต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสมัคร
  • TOEFL (Paper Based) น้อยกว่า 494 คะแนน
  • TOEFL (Computer Based) น้อยกว่า 167 คะแนน
  • TOEFL (Internet Based) น้อยกว่า 59 คะแนน
  • TOEFL (Institutional Testing Program) น้อยกว่า 500 คะแนน
  • IELTS (Academic Module) น้อยกว่า Band 5
  • TOEIC น้อยกว่า 550 คะแนน
  • CU-TEP น้อยกว่า 61 คะแนน
  • TU-GET (Paper Based) น้อยกว่า 401 คะแนน
  • TU-GET (Computer Based) น้อยกว่า 62 คะแนน
  • KEPT น้อยกว่า 62 คะแนน
  • KKU-AELT* น้อยกว่า Band
    หมายเหตุ * ค่าเฉลี่ยของทุก Band
คณะเศรษฐศาสตร์
  1. ให้เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี พ.ศ. 2555 หมวดที่ 2 หรือเป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ปรับปรุงใหม่ หรือ
  2. สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าตามระบบการศึกษาของต่างประเทศ และได้รับการเทียบวุฒิการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย
  3. สำหรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหรือตามระบบการศึกษาของต่างประเทศและเป็นประเทศที่ประกาศของกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้รับรองต้องดำเนินการเทียบวุฒิการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น
  4. กรณีรับตรงโดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้มีผล TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 64 คะแนนหรือผล TOEIC ไม่น้อยกว่า 600 คะแนน หรือผล IELTS เท่ากับ 5.0 หรือผล SAT เท่ากับ 1,000 คะแนน หรือผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษมาตรฐานอื่นๆ ที่เทียบเท่า หรือผ่านเกณฑ์การสอบภาษาอังกฤษของวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  5. กรณีที่คุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ 4 ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตร
คณะศิลปกรรมศาสตร์
  1. สาขาวิชาทัศนศิลป์ ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและทักษะการปฏิบัติด้านทัศนศิลป์ และมีประสบการณ์การทำงานด้านทัศนศิลป์ และไม่ตาบอด หรือได้รับรางวัลด้านทัศนศิลป์ในระดับสถาบัน หรือภูมิภาค หรือระดับชาติ
  2. สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถและทักษะการปฏิบัติด้านการออกแบบและมีประสบการณ์การทำงานด้านการออกแบบ ต้องไม่ตาบอดสี มีทักษะ ด้านการสื่อสารดีเป็นพิเศษ ผู้มีคุณสมบัตินอกจากนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตร
  3. ดุริยางคศาสตรบัณฑิต วิชาเอกดนตรีไทย วิชาเอกดนตรีตะวันตก และวิชาเอกดนตรีพื้นเมือง ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ทางด้านดนตรี
  4. สาขาวิชาศิลปะการแสดง วิชาเอกนาฏยศิลป์อีสาน และวิชาเอกการละคร ต้องเป็นผู้มีทักษะความรู้ ความสามารถพื้นฐานทางด้านนาฏยศิลป์ไทย นาฏยศิลป์พื้นเมือง หรือศิลปะการละคร เช่นการแสดง การกำกับการแสดง เขียนบท การออกแบบเพื่อการแสดง และต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านศิลปะการแสดง ผู้มีคุณสมบัตินอกจากนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตร